คดี กาแฟ Gelsemine ตอนที่ 3
posted on 25 May 2008 13:17 by levitatist in SCIA11
วริณชิงพูดกับพี่กรก่อน "พี่กรรีบไปขอหมายเรียก แล้วส่งคนไปตามแม่บ้านของนายศรัญพงศ์มาที่นี่ด่วนเลยครับ ผมคิดว่าเธอคงมีอะไรตุกติกอยู่แล้วล่ะ แต่เพิ่งเจอหลักฐาน"
"โอเค พี่ก็เจอมา บริษัทของนายกฤตย์ทำธุรกิจกับไร่มันฝรั่งของพี่สาวของรัฐมนตรี พี่คิดว่าไร่มันฝรั่งนั้นต้องเป็นมันฝรั่ง ตัดต่อพันธุกรรมแน่ๆ"
พูดจบพี่กรก็เสียบหูฟังบลูทูธติดหู แล้วเรียกเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านนายศรัญพงศ์ทันที
ส่วนวริณรีบเดินไปหา ดร. เจตน์ แผนกสถิติ ทันที
12
พี่กรส่งเจ้าหน้าที่ห้านายไปออกหมายเรียก แล้วไปเรียกตัวแม่บ้านมาที่สำนักงานฯ ส่วนตัวเขารีบวิ่งไปยังหน้าศูนย์ โอเปอเรเตอร์สาวกล่าวทักทายอย่างสุภาพ พี่กรพยักหน้ารับ ก่อนจะรีบพูด
"น้องลักษณ์จ๊ะ โทรศัพท์ติดต่อ ดร. ชุรนันท์ให้ที บอกว่าเจ้าหน้าที่จากสำนักงานฯ ขอเข้าพบ บอกว่าพี่อยากได้นักวิชาการทางการเกษตรมาช่วยงานในสำนักงานฯ นะจ๊ะ"
"ได้ค่ะพี่กร เดี๋ยวลักษณ์จะโทรบอกพี่นะ"
พี่กรเดินกลับมาที่แผนกตัวเอง เตรียมเอกสาร สักพักลักษณ์ก็โทรศัพท์ตาม บอกว่า ดร. ชุรนันท์กำลังว่าง ให้เข้าพบได้ เขาจึงหยิบปืนพกมาคาดเอว เผื่อเหตุการณ์เลวร้ายจะเกิด จากนั้นเขาจึงเรียกเจ้าหน้าที่อีกสามคน ให้ตามมา เขาขับรถมุ่งหน้าไปที่กระทรวงเกษตรฯ
อีกด้านหนึ่ง ดร. เจตน์ กำลังนั่งอ่านข้อมูลในคดีที่เขาได้รับมาอยู่ ขณะที่วริณเดินไป ยื่นชื่อของ นางสมศรี แก้วไทย แม่บ้านของนายศรัญพงศ์ ให้ดร.
"ช่วยสืบประวัติของผู้หญิงคนนี้ให้ทีนะครับ"
ดร. เจตน์ตอบรับ แล้วเปิดโปรแกรมฐานข้อมูล พบว่านางสมศรีเคยเป็นลูกจ้างในไร่สวนของพี่สาวของรัฐมนตรีเกษตร ก่อนที่จะลาออก และจากคำให้การ นางสมศรีก็ได้เข้ามาทำงานในบ้านของนายศรัญพงศ์ ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งในช่วงเวลาเดียวกัน นายศรัญพงศ์ก็ได้แต่งงานกับนางสาวเดือนแรมพอดี
วริณกล่าวขอบคุณดร. เจตน์ แล้วเดินมาทีแผนกพฤกษศาสตร์ เขาเปิดโปรแกรมที่คอมพิวเตอร์ ภาพนั้นถูกฉายขึ้นมาบนผนัง วริณเปิดไฟล์ข้อมูลที่รวบรวมได้ ลากข้อมูลลงจอว่างนั้น จากนั้นเพียงแค่เขาใช้นิ้วสัมผัสจอที่ติดอยู่บนโต๊ะบริเวณที่ข้อมูลถูกแสดงอยู่ ก็เกิดเส้นปรากฎระหว่างข้อมูลนั้น เชื่อมโยงกันทันที
วริณใช้เวลาอยู่ช่วงหนึ่ง ก่อนจะสรุปคดี เขากำลังคิดว่า เริ่มแรก นายศรัญพงศ์ถูกสารพิษ Gelsemine ในกาแฟทำให้เสียชีวิต โดย หลักฐานจากที่เกิดเหตุ บอกว่า ยาพิษถูกใส่ลงไปหลังจากที่ชงกาแฟโถใหญ่ แล้วเทลงมา แต่ด้วยมูลเหตุจูงใจ และลักษณะท่าทางของผู้ต้องสงสัยหนึ่งเดียว คือแม่บ้าน นั้นไม่มีเหตุผลพอที่จะฆ่า ทำให้แม่บ้านเพียงแค่ถูกคุมบริเวณไม่ได้หลบหนี แต่ก็อยู่ในบ้านหลังนั้น ยังไม่ถูกจับกุม
วริณนึกไปถึงว่า แม่บ้านเป็นคนบอกว่า แก้วกาแฟไม่มีอะไรผิดปกติ แต่ช่วงเวลาหลังการทำความสะอาดแก้ว คือทันทีที่นายศรัญพงศ์ดื่มหมด ทุกเช้า ดังนั้นจึงอาจมีการสับเปลี่ยนแก้ว เป็นแก้วที่เคลือบยาพิษไว้บริเวณด้านใน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ ผู้ต้องสงสัยที่สุดก็จะเป็นนางเดือนแรม ภรรยาของนายศรัญพงศ์นั่นเอง
แต่ด้วยความที่สาวหมวยกี่เพ้าที่บาร์ เห็นแม่บ้านคนนี้แอบไปที่บาร์ ฉะนั้นจึงค่อนข้างน่าสงสัย เขาสันนิษฐานว่า แม่บ้านอาจเป็นคนที่รัฐมนตรีส่งมาเป็นสาย คอยดูความเคลื่อนไหวของนายศรัญพงศ์ก็ได้ แต่ทั้งนั้น เพราะเดือนแรมก็เคยไปพบกับรัฐมนตรี จึงอาจเป็นไปได้ว่า เดือนแรมส่งแม่บ้าน นางสมศรี ไปเป็นตัวแทน เวลาต้องการส่งเอกสารหรือข้อมูลบางอย่าง
ซึ่งการตายของนายศรัญพงศ์ เมื่อสืบสวนต่อไป ก็พบว่า อาจมีมูลเหตุมาจากที่เขาขัดผลประโยชน์ในธุรกิจมันฝรั่ง ซึ่งพบว่า เขาไม่ยอมร่วมลงทุนในธุรกิจมันฝรั่งดัดแปลงพันธุกรรมหรือ GMO ซึ่งบริษัทของนายกฤตย์ได้ทำอยู่ โดยนายกฤตย์ได้ไปหารือกับดร. ชุรนันท์ รัฐมนตรีเกษตรฯ เพื่อให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ ไม่มาสนใจเรื่องดัดแปลงพันธุกรรมนี้
ฉะนั้น นอกจากคดีการตายของนายศรัญพงศ์ เขายังต้องพยายามยับยั้งและเปิดโปงธุรกิจดัดแปลงพันธุกรรมมันฝรั่งนี้ให้ได้ เพราะในปัจจุบัน มันฝรั่งที่ดัดแปลงพันธุกรรม ได้ถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษ์สีเขียว ไม่ให้วางขาย เพราะแม้ว่ายังไม่แน่ชัด ว่าการดัดแปลงพันธุกรรม จะส่งผลเสียต่อมนุษย์อย่างไร แต่ก็อาจมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งได้
แต่เขาก็รู้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เสี่ยงอันตราย เพราะเป้าหมายที่เขาต้องเผชิญหน้าด้วยเป็นถึงรัฐมนตรี ซึ่งค่อนข้างมีอิทธิพลบารมีพอสมควร
วริณรีบโทรศัพทไปหาพี่กร พี่กรยังอยู่ในระหว่างขับรถ วริณเล่าเหตุการณ์โดยสรุปเท่าที่เขาวิเคราะห์ได้ให้ฟัง และบอกให้พี่กรระวังตัว เพราะเขาคิดว่าดร. ชุรนันท์ คงฉลาดพอที่จะรู้ว่า หลายๆ อย่างเริ่มสาวถึงตัวแล้ว
ทันที่ที่วางสายจากวริณ พี่กรก็รีบโทรไปที่แผนกสืบสวนสอบสวน ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปที่บ้านของนายกฤตย์
ก่อนที่เขาจะถึงที่กระทรวงเกษตร เจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปที่บ้านของนายกฤตย์ก็โทรศัพท์มารายงานว่า บ้านของนายกฤตย์ถูกเพลิงไหม้เสียหายวอดวาย ส่วนตัวนายกฤตย์เสียชีวิตในกองเพลิง
อีกสายหนึ่งเป็นสายของวริณ ที่โทรศัพท์มาบอกว่า แม่บ้านถูกนำตัวมาที่สำนักงานฯ แล้ว แต่มาในรูปของศพ เธอเสียชีวิตด้วยพิษของ Gelsemine เจ้าหน้าที่ชันสูตรเบื้องต้นคาดการณ์ว่า เธอกินพิษ Gelsemine ฆ่าตัวตาย
---- จบคดี กาแฟ Gelsemine ตอนที่ 3
ปล. แต่งๆ ไป เริ่มยืดเยื้อ เหอ เหอ
edit @ 25 May 2008 17:38:25 by สวสพ.
ยืดเยื้อจริงๆด้วย
แค่คดีแรกนะเนี่ย
#1 By Just_Jear : อีเจี๋ยจุกจิต on 2008-05-25 16:47